ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้า หลังเผชิญแรงขายหนักในวันก่อนหน้า โดยแรงขายมีจุดเริ่มจากความกังวลในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี AI ต่อผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ จนเกิดแรงเทขายข้ามสินทรัพย์ และกระตุ้นให้เกิด Margin Call ในบางพอร์ต ส่งผลให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์อื่น รวมถึงทองคำ เพื่อนำเงินสดมาชำระหลักประกัน
ปัจจัยที่ตลาดจับตาต่อจากนี้คือ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้ ซึ่งมีน้ำหนักโดยตรงต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ก่อนหน้านี้ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนมกราคมที่แข็งแกร่ง ทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปีลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วน รวมถึงผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ยังมองว่าเฟดอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ หากเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจน
สำหรับตัวเลขคาดการณ์ล่าสุด นักวิเคราะห์ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) รายปีของสหรัฐฯ จะชะลอลงจาก 2.7% เหลือ 2.5% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน มีแนวโน้มปรับลดลงจาก 2.6% สู่ระดับ 2.5% เช่นกัน หากตัวเลขที่ประกาศในคืนนี้ออกมาต่ำลงตามคาด จะสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลง และมีแนวโน้มส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ
ในเชิงเทคนิค หลังราคาทองคำร่วงแรงลงมาแตะระดับ $4,878 และเช้านี้เริ่มมีแรงฟื้นตัวกลับขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ยังประเมินว่าเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น หากราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือ $5,050 ได้อย่างชัดเจน ต้องระมัดระวังความเสี่ยงการย่อตัวอีกครั้ง นักลงทุนที่ถือสถานะซื้ออาจพิจารณาแบ่งขายหากไม่สามารถผ่านระดับดังกล่าวได้ ขณะที่คนมือว่างอาจต้องรอจังหวะย่อตัวใกล้แนวรับ $4,915/$4,890 โดยมีเงื่อนไขว่าราคาต้องไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ หากเกิดการทำโลว์ใหม่ มีโอกาสที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ $4,835
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


