Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% มีแนวโน้มเริ่มบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้ จากระดับปัจจุบันที่อยู่ราว 10% สะท้อนว่าสหรัฐกำลังยกระดับแรงกดดันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังต่อความเสี่ยงของสงครามการค้ารอบใหม่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินคว่ำมาตรการภาษีเดิมของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ได้หันไปใช้กฎหมายอีกฉบับคือ Section 122 ของ Trade Act ปี 1974 เพื่อออกมาตรการภาษีชั่วคราวแทน โดยภาษีดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้ 150 วัน ระหว่างที่หน่วยงานด้านการค้าเร่งจัดทำการศึกษา เพื่อเปิดทางไปสู่มาตรการภาษีที่มีความถาวรมากขึ้นในระยะถัดไป
Bessent ยังประเมินว่า อัตราภาษีของสหรัฐอาจกลับไปสู่ระดับเดิมก่อนคำตัดสินของศาลภายใน ประมาณ 5 เดือน หรือราวเดือนสิงหาคม ซึ่งสะท้อนว่าความตึงเครียดด้านการค้าอาจยืดเยื้อในระยะกลาง และมีแนวโน้มเพิ่มความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการค้าระหว่างประเทศ ปัจจัยลักษณะนี้มักหนุนความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย
มุมมองเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบพักตัวระยะสั้น โดยโครงสร้างยังไม่เสียทรงตราบใดที่ราคายืนเหนือโซนแนวรับ $5,140–$5,110 หากสามารถรีบาวด์ผ่านแนวต้านแรกบริเวณ $5,230 ได้ จะมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบโซน $5,280 ต่อไป แต่หากหลุดระดับ $5,080 อาจเห็นแรงขายทางเทคนิคเพิ่มขึ้นในระยะสั้น โดยกลยุทธ์เก็งกำไรยังเน้น รอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ และควรกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ $5,080 อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยง
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


