ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศภาษีนำเข้ารอบใหม่จากคู่ค้าหลายสิบประเทศภายในวันศุกร์นี้ ก่อนมาตรการภาษีชั่วคราวอัตรา 10% จะสิ้นสุดลง โดยเสนอเก็บภาษีอย่างน้อย 10% จาก 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ถูกมองว่าควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับไม่เข้มงวดเพียงพอ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสุดท้ายยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนประกาศอย่างเป็นทางการ
ภาษีชั่วคราวอัตรา 10% มีผลบังคับใช้ภายใต้มาตรา 122 หลังศาลฎีกายกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกชุดเดิมของทรัมป์ โดยกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีเก็บภาษีเพิ่มเติมได้นานสูงสุด 150 วัน เพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงิน แม้ศาลการค้าระหว่างประเทศจะมีคำสั่งยกเลิกภาษี แต่จำกัดผลเฉพาะโจทก์ในคดี ทำให้มาตรการดังกล่าวยังมีผลต่อผู้นำเข้ารายอื่น
ภายใต้ข้อเสนอของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กำหนดให้เก็บภาษีสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป และไต้หวันในอัตรา 10% ส่วนสินค้าจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่นเก็บในอัตรา 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ขณะที่เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการขั้นสุดท้ายใกล้ประกาศแล้ว แต่ยังต้องชี้แจงต่อสภาคองเกรสและผู้เกี่ยวข้อง
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าทรัมป์ยังเดินหน้านโยบายปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ แม้มาตรการบางส่วนยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการไต่สวนก่อนมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการค้าและต้นทุนนำเข้าที่อาจเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น
มุมมองทางเทคนิค ภาพรวมทองคำระยะสั้นยังเป็นบวก และยังรักษาโครงสร้างของการยกไฮยกโลว์ แต่ขณะนี้กำลังย่อตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ $4,105–$4,090 ซึ่งเป็นโซนแนวต้านเดิม หากราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ $4,160 และ $4,200 โดยหากทะลุผ่านได้ เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ $4,250 อย่างไรก็ตาม หากหลุด $4,090 ต้องระวังแรงขายกดดันราคาลงหาแนวรับ $4,040–$4,025 และทำให้โมเมนตัมขาขึ้นระยะสั้นอ่อนแรงลง
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


