ญี่ปุ่นยังไม่ยืนยันว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นกว่า 3.3% ซึ่งเป็นการแข็งค่าระหว่างวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 โดย ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ระบุเพียงว่าทางการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินการตามความเหมาะสม ขณะที่แหล่งข่าวในตลาดระบุว่า ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยน
อัตสึชิ มิมูระ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ มากกว่าการสนับสนุนเชิงสัญลักษณ์ และมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีรายงานว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ทำ Rate Check ก่อนเงินเยนแข็งค่าขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าการแทรกแซงครั้งนี้อาจได้รับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของมาตรการ และทำให้นักลงทุนระมัดระวังการเก็งกำไรค่าเงินเยนมากขึ้น
สำหรับตลาดทองคำ การแข็งค่าของเงินเยนกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากการแข็งค่าของเงินเยนเกิดจากการแทรกแซงเพียงชั่วคราว ผลบวกต่อทองคำอาจมีจำกัด โดยตลาดยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป
ในทางเทคนิค ราคาทองคำยังรักษาภาพการฟื้นตัวได้ แม้จะเผชิญแรงขายหลังขึ้นทดสอบบริเวณ $4,120 โดยประเมินว่าการอ่อนตัวในระยะสั้นเป็นเพียงการพักฐาน หากราคาย่อลงมาบริเวณ $4,060–$4,050 และยังมีแรงซื้อกลับ จะเป็นจังหวะเข้าซื้อเพื่อคาดหวังการฟื้นตัวรอบใหม่ โดยมีแนวต้านแรกที่ $4,120 และหากผ่านได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบ $4,140–$4,160 ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของรอบนี้ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุด $4,050 ภาพการฟื้นตัวจะเริ่มอ่อนแรง และอาจเห็นแรงขายกดดันลงไปทดสอบ $4,020 อีกครั้ง
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


