ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 เม.ย. ที่ประเทศปากีสถาน ซึ่งอาจเป็นจุดชี้ขาดสำคัญต่อทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ แม้จะมองในแง่ดีต่อโอกาสบรรลุข้อตกลง แต่ก็เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านอย่างชัดเจน หลังมีรายงานว่าอิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า อิหร่านบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันได้แย่มาก และย้ำว่านั่นไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามีร่วมกัน พร้อมเตือนว่าหากมีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจริงต้องหยุดทันที
ในอีกด้าน แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกจากการที่อิสราเอลเปิดการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนในสัปดาห์หน้า ซึ่งช่วยกดราคาน้ำมันให้ปรับตัวลดลงในระยะสั้น แต่ความไม่ชัดเจนของเงื่อนไขข้อตกลง โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ การเปิดฮอร์มุซ และการยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การเจรจาสะดุดได้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพความหวังปะทะความเสี่ยงอย่างชัดเจน โดยการเจรจาที่มีโอกาสคืบหน้าอาจกดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น แต่การเพิ่มแรงกดดันของทรัมป์และความไม่แน่นอนของฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยหนุน Safe Haven อยู่เบื้องหลัง ทำให้ทองคำมีแนวโน้มแกว่งผันผวนสูง โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับผลการเจรจาในวันเสาร์นี้เป็นหลัก
ภาพทางเทคนิคทองคำเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนโครงสร้างจากขาขึ้นเข้าสู่ช่วงพักตัว หลังราคาหลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นและไม่สามารถทำ Higher High ใหม่ได้ กลับกลายเป็นการสร้าง Lower High ใต้โซนต้าน $4,780–$4,800 สะท้อนแรงซื้อที่อ่อนลงและมีโอกาสเป็นเพียงรีบาวด์ในขาลง ระยะสั้นราคามีโอกาสเด้งขึ้นทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากไม่ผ่านยังคงเสี่ยงถูกแรงขายกดลงต่อ โดยมีแนวรับสำคัญที่ $4,650–$4,600 และหากหลุดโซนนี้จะเป็นสัญญาณเร่งตัวสู่การปรับฐานลงรอบใหม่ทันที กลยุทธ์ช่วงนี้เน้นเล่นสั้นไม่ถือยาว
.
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


