ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณแรงที่ทำให้ตลาดทั่วโลกจับตา โดยระบุว่าเขาจะตัดสินใจภายใน 10 วันว่าจะสั่งโจมตีอิหร่านหรือไม่ ท่ามกลางการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ที่ยังไร้ความคืบหน้า แม้สหรัฐฯ จะส่งผู้แทนอย่าง Steve Witkoff และ Jared Kushner เข้าพูดคุยที่เจนีวาแล้ว แต่รองประธานาธิบดี JD Vance ยอมรับว่าอิหร่านยังไม่รับเงื่อนไขหลักของสหรัฐฯ ทำให้สถานการณ์ยังเปราะบางและมีโอกาสลุกลามได้ทุกเมื่อ
ด้านการทหาร สหรัฐฯ ยกระดับกำลังในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ประจำการในพื้นที่แล้ว และ USS Gerald Ford กำลังเดินทางสมทบ โฆษกทำเนียบขาวระบุว่ามีหลายเหตุผลที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังกับอิหร่าน ขณะที่ฝั่งอิหร่านเองก็จัดการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค ยิ่งเพิ่มแรงกดดันและความกังวลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่พุ่งสูง ราคาทองคำได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้นจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนต้องการลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้กำลังกับอิหร่านจริง ความตึงเครียดในลักษณะนี้มักกระตุ้นดีมานด์ทองคำทั้งระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังประเมินผลลัพธ์ของสถานการณ์ไม่ได้ชัดเจน ส่งผลให้ทองคำได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังแกว่งตัวในกรอบแคบ $5,030–4,960 ภายใต้รูปแบบไดมอนด์แพทเทิร์น หากหลุดกรอบล่าง มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบ $4,930–4,925 ซึ่งเป็นโซนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะเข้าเล่นสั้น ขณะเดียวกัน หากสามารถทะลุกรอบบน $5,030–5,045 ได้ มีโอกาสดีดขึ้นสู่ $5,080–5,150 โดยโซนดังกล่าวเหมาะสำหรับทยอยแบ่งขายทำกำไรสำหรับผู้ที่ถือสถานะระยะสั้น
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


