สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุอีกครั้ง หลังนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุชัดว่า ข้อตกลงใด ๆ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะต้องรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงหยุดกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม พร้อมย้ำว่าต้องไม่มีความสามารถในการเสริมสมรรถนะเหลืออยู่ในระบบโดยสิ้นเชิง
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ ก่อนการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในสัปดาห์นี้ โดยอิหร่านต้องการข้อตกลงที่สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ทั้งสองฝ่าย ขณะที่สหรัฐฯ ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าสู่ภูมิภาค และเตรียมความพร้อมทางทหารหากการเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ สะท้อนความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจยกระดับเป็นความขัดแย้ง
ความไม่แน่นอนของดีลนิวเคลียร์และความเสี่ยงทางทหารที่ยังเปิดอยู่ ช่วยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ตลาดยังรอผลการเจรจาอย่างเป็นทางการ หากการพูดคุยล้มเหลวและมีการยกระดับกำลังทหาร ความผันผวนของตลาดการเงินอาจเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยสถิติในอดีต เหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศมักทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นในช่วงสั้นจากแรงป้องกันความเสี่ยง
ในเชิงเทคนิค กราฟราย H1 กำลังบีบตัวอยู่ในกรอบ Ascending Triangle โดยมีฐานแนวรับไต่ระดับสูงขึ้นต่อเนื่องบริเวณ $4,900 สะท้อนแรงสะสมที่ยังทำงานทุกครั้งที่ราคาย่อตัว แม้จะมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะจนเกิดภาพแกว่งผันผวน แต่โครงสร้างยังเอนเอียงไปทางการเบรกขึ้นมากกว่าการกลับตัวลง โดยจุดชี้ชะตาอยู่ที่แนวต้าน $5,080 หากสามารถปิดเหนือระดับดังกล่าวได้ โมเมนตัมมีโอกาสเร่งต่อสู่ $5,150–$5,190 ขณะที่ฝั่งกลยุทธ์ระยะสั้นยังมองจังหวะย่อเข้าใกล้ $4,975–$4,950 เป็นโซนทยอยสะสม และหากอ่อนตัวลึกสามารถถัวเฉลี่ยบริเวณ $4,900–$4,880 ได้ ตราบใดที่ไม่หลุดโซนนี้ โครงสร้างขาขึ้นรอบสั้นยังไม่เสียและยังมองการพักตัวเป็นเพียงจังหวะสะสมกำลังเพื่อรอบถัดไป
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


