ลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัส ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ หากต้องการดึงเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างยั่งยืน
โลแกนระบุว่า แม้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะสมดุล การลงทุนด้าน AI ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย แต่เงินเฟ้อยังคงไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะกลับสู่เป้าหมายของเฟด พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้เงินเฟ้ออยู่สูงเกินเป้าหมายเป็นเวลานาน อาจทำให้แรงกดดันด้านราคาฝังตัวในระบบเศรษฐกิจและควบคุมได้ยากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมองว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันอาจยังไม่เข้มงวดเพียงพอที่จะชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ทำให้เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคาอย่างสมบูรณ์
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับความกังวลของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง หลังดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่ผลกระทบจากสงครามในอิหร่านยังคงผลักดันต้นทุนพลังงาน รวมถึงราคาอาหารและค่าเช่าที่อยู่อาศัยให้ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก ยังคงมองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับเหมาะสม และยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยในระยะนี้
ด้านมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำเริ่มเห็นแรงซื้อกลับหลังสามารถยืนเหนือฐานสำคัญบริเวณ $4,425 ได้ แต่ภาพรวมยังคงเคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากเส้นแนวโน้มขาลง ทำให้มองเป็นการฟื้นตัวระยะสั้น หากราคาสามารถรักษาฐานเหนือ $4,425 ได้ มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,495-$4,500 แต่หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว จะเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ $4,380/$4,360 ดังนั้นกลยุทธ์ยังคงเน้นรอจังหวะย่อเพื่อเข้าซื้อ โดยมี $4,425 เป็นจุดพิจารณาความเสี่ยงสำคัญในระยะสั้น
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


