ปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งเพื่อประกาศใช้ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรพื้นฐานและมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกถูกเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ
ภาษีพื้นฐาน 10% เป็นภาษีขั้นต่ำที่จะเก็บกับสินค้าทุกชนิด ที่ส่งเข้าไปขายในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่ามาจากประเทศไหนก็ตาม ซึ่งภาษีศุลกากรแบบพื้นฐานนี้มีผลบังคับใช้ 5 เม.ย.
ภาษีตอบโต้เพิ่มเติม อันนี้เป็นภาษีพิเศษที่จะเก็บเพิ่มจากอัตรา 10% เดิม กับประเทศที่สหรัฐฯ มองว่ามีการตั้งกำแพงภาษีหรือกีดกันทางการค้ากับสินค้าของสหรัฐฯ ประมาณ 60 ประเทศ ใครโดน ใครรอด? จีน: โดนภาษีตอบโต้ 34% รวมกับภาษีเดิมที่ 20%,สหภาพยุโรป: 20%, เวียดนาม: 46%, ญี่ปุ่น: 24%, เกาหลีใต้: 25%, อินเดีย: 26%, กัมพูชา: 49%, ไต้หวัน: 32%, ไทย: 36% ส่วนแคนาดาและเม็กซิโกที่โดนไปตั้งแต่รอบแรกเเล้วจึงรอดพ้นจากภาษีรอบใหม่นี้ที่จะมีผลบังคับใช้ 9 เม.ย.
หลังการประกาศมาตรการภาษีที่ออกมาสูงกว่าคาด นักลงทุนหันกลับมาคาดการณ์มากขึ้นทันทีว่า เฟด อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ และอาจจะมีการปรับลดครั้งที่ 4 ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะปรับลดครั้งละ 0.25% ในเดือนมิ.ย. ก.ค. ต.ค. และมองว่ามีโอกาสราวๆ 45% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเป็นครั้งที่ 4 ในการประชุมเดือนธ.ค.
ในทางเทคนิคราคาทองคำยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เช้านี้แตะไฮใหม่ที่ $3167 ด้วยปัจจัยพื้นฐานเรื่องภาษีที่ยังคงช่วยหนุนให้ราคายังไปต่อได้ แต่ก็อาจจะมีแรงขายทำกำไรและพักตัวเป็นระยะได้อย่างที่เห็นในตอนเช้า นักลงทุนที่มือว่างรอจังหวะเข้าเล่นสั้นก็ยังย้ำเช่นเดิมเข้าเร็วออกเร็ว วันนี้มองจุดเข้าไว้ที่ $3130/$3125 โดยวาง SL สั้นๆ สำหรับรอบซื้อนี้ที่ $3120 ส่วนเป้าหมายทำกำไรเบื้องต้นดูที่ $3165/$3175-$3180 ตามลำดับ ส่วนนักลงทุนที่ถือออเดอร์มาจากด้านล่างสามารถทยอยแบ่งขายได้เช่นกันเมื่อราคาเคลื่อนตัวเข้าใกล้โซนต้าน
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


