ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนการเดินทางไปจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค.–2 เม.ย. หากจีนไม่ช่วยกดดันให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยช่องแคบดังกล่าวถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ท่าทีของสหรัฐฯสะท้อนความพยายามกดดันจีนก่อนการประชุมระดับผู้นำ ขณะที่จีนตอบโต้ผ่านกระทรวงพาณิชย์ โดยระบุว่าสหรัฐฯใช้มาตรการสอบสวนทางการค้าภายใต้กฎหมาย Section 301 อย่างไม่เป็นธรรม ส่งผลให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดมากขึ้น แม้ทรัมป์จะระบุว่าจีนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านฮอร์มุซถึง 90% แต่ข้อมูลจากสถาบันวิเคราะห์หลายแห่งชี้ว่า ปัจจุบันน้ำมันที่ผ่านช่องแคบดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 6.6% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของจีน เนื่องจากจีนได้กระจายแหล่งพลังงานและสะสมคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มานานกว่า 20 ปี
สำหรับตลาดทองคำ ความเสี่ยงจากความขัดแย้งด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงช่วยพยุงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้กระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดเริ่มลดคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง สหรัฐฯ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในระยะสั้น
ในทางเทคนิค ราคาทองคำช่วงเช้าปรับตัวลงไปใกล้แนว $4,965 ก่อนมีแรงซื้อดึงราคากลับขึ้นมา และยังสามารถยืนเหนือระดับบริเวณ $5,000 ได้ ซึ่งระดับดังกล่าวเริ่มทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญของโครงสร้างระยะสั้น จึงถือเป็นโซนวัดใจของตลาด หากแรงขายเริ่มหมดลงราคามีโอกาสเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวระยะสั้นๆได้ อย่างไรก็ตามยังต้องระวังความผันผวน เนื่องจากหากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านระยะสั้นที่ $5,050–$5,085 ได้ โอกาสที่จะเห็นการทดสอบแนวรับลึกลงไปยังคงมีอยู่ โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่ $4,925–$4,900
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


