สนใจเทรดออนไลน์

สมัครเทรดออนไลน์

Morning Report 14 มกราคม 2565
แนะแนวทางการลงทุน

    ทองคำยังมีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง  แม้ว่าระหว่างวันราคาจะอ่อนตัวลงจากปัจจัยทางเทคนิค แต่ในท้ายที่สุดราคาก็มีการขยับตัวขึ้นอีกครั้ง ยังมองว่าการอ่อนตัวเป็นการย่อตัวเพื่อสะสมกำลังเพ่อดีดตัวขึ้นในครั้งถัด ๆ ไป   อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังสามารถเก็งกำไรในทิศทางขาขึ้นได้อยู่  



 

 Date 14 มกราคม 222
 Commodity Gold
 Buy/Sell รอซื้อ
 Entry จุดซื้อ 1,813
 Target 1,831
Stoploss 1,800
Level  แนวรับ
(Support)
 แนวต้าน
(Resistance)
 L1 1,813 1,831
 L2 1,808 1,835
 L3 1,803 1,839
สรุปแนวโน้มช่วงเช้า

       ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 ม.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2564
        มุมมองทองคำภาคเช้า  ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 ม.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.732% เมื่อคืนนี้ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาด เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย   
        นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากการที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด, นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก, นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และนางแมรี ดาลี ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก  นางเบรนาร์ดได้กล่าวว่า โดยเฟดมีความพร้อมที่จะดำเนินการดังกล่าวทันทีที่โครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ยุติลง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
          นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศในรอบสัปดาห์ได้แก่ ยอดค้าปลีก  ดัชนีสินค้านำเข้า ดัชนีสินค้าส่งออก  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม   ดัชนีสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน เป็นต้น     
 

Market Price
สภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

       ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 ม.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2564  

สรุปข่าวเศรษฐกิจ
เยอรมันนี: เยอรมนีชี้สถานการณ์รัสเซียยังน่าวิตก แม้มีการเจรจากับนาโต

      นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า สถานการณ์ในรัสเซียยังคงไม่ได้ลดความน่าวิตก หลังการเริ่มต้นเจรจาระหว่างรัสเซียและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่กรุงบรัสเซลส์  อย่างไรก็ดี นายชอลซ์ระบุว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่การเจรจาจะต้องดำเนินไป ขณะที่รัสเซียยังคงมีการส่งยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมไปยังชายแดนยูเครน หลังการเริ่มต้นการเจรจา

สหรัฐฯ: สหรัฐเผยดัชนี PPI พุ่งขึ้น 9.7% ในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์

      กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต พุ่งขึ้น 9.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในเดือนพ.ย.2553 แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.8% หลังจากดีดตัวขึ้น 9.6% ในเดือนพ.ย.   เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4% หลังจากดีดตัวขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย.   ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากดีดตัวขึ้น 0.7% ในเดือนพ.ย.

สหรัฐฯ: สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางคาดการณ์

        กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 23,000 ราย สู่ระดับ 230,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2564 และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 200,000 ราย    ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสูงกว่าระดับ 215,000 ราย ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 194,000 ราย สู่ระดับ 1.56 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2516
 

สหรัฐฯ: ดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐต่ำสุดรอบ 3 เดือนในธ.ค.

  ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า ราคานำเข้าสินค้าของเกาหลีใต้ปี 2564 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่แพงขึ้น   รายงานของ BOK ระบุว่า ดัชนีราคานำเข้าปี 2564 เพิ่มขึ้น 17.6% จากปีก่อนหน้า และนับเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 ส่วนดัชนีราคาส่งออกปี 2564 เพิ่มขึ้น 14.3% โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปีเช่นกัน ราคานำเข้าและส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนฐานที่ต่ำจากราคาที่ลดลงในปี 2563 อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทั้งนี้ เฉพาะในเดือนธ.ค. เพียงเดือนเดียว ดัชนีราคานำเข้าลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง

ดัชนีชี้วัด
วันที่ ประเทศ เวลา รายการ มีผลต่อทอง ประมาณการณ์ ตัวเลขครั้งก่อน
10 ม.ค.65 EUR 17.00 อัตราการว่างงาน ยูโรโซน 7.2 % -7.3 %
USA 22.00 สินค้าคงคลังภาคค้าส่ง 1.2% 2.3%
11 ม.ค.65 USA 18.00 ดัชนีธุรกิจขนาดเล็ก 98.8 98.4
12 ม.ค.65 EUR 17.00 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน 0.5 % 1.1 %
USA 20.30 ดัชนีราคาผู้บริโภค 0.4 % 0.8 %
EUR 15.55 ดัชนีราคาผู้บริโภค (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) 0.5 % 0.5 %
13 ม.ค.65 USA 02.00 รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ - -
USA 20.30 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน 205 K 207 K
USA 20.30 ดัชนีราคาผู้ผลิต 0.4 % 0.8 %
USA 20.30 ดัชนีราคาผู้ผลิต (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) 0.5 % 0.7 %
14 ม.ค.65 EUR 17.00 ดุลการค้า - €2.4 B
EUR 21.45 ดัชนีสินค้านำเข้า - 4.3 %
EUR 17.00 ดัชนีสินค้านำเข้า - 4.3 %
USA 17.00 ดัชนีสินค้าส่งออก 2.4 %
USA 21.15 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม 77.0% 76.8 %
USA 22.00 ดัชนีสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ 1.1 % 1.2 %
USA 22.00 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน 70.4 70.6
  • gcap gold facebook
  • gcap gold youtube
  • gcap gold line
  • gcap gold line