สนใจเทรดออนไลน์

สมัครเทรดออนไลน์

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (11 ม.ค.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้

 

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.37% แตะที่ 95.6314 เมื่อคืนนี้

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9237 ฟรังก์ จากระดับ 0.9272 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2581 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2680 ดอลลาร์แคนาดา แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 115.36 เยน จากระดับ 115.21 เยน

 

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1366 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1322 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3627 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3570 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7208 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7169 ดอลลาร์สหรัฐ

 

นายพาวเวลได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อคืนนี้ตามเวลาไทยว่า ห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ภาวะปกติจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากเงินเฟ้อในปีนี้ แต่เฟดก็ไม่กลัวที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

 

"เรารู้ว่าเงินเฟ้อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเฟดจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจนฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ และถ้าเราต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นอีกเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะทำ โดยเราจะใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อสกัดเงินเฟ้อ" นายพาวเวลกล่าว

นายพาวเวลเชื่อมั่นว่า แผนการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินของเฟดในปีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐก็แข็งแกร่งพอที่จะทำให้เฟดไม่ต้องใช้มาตรการกระตุ้นขนานใหญ่อีกต่อไป นอกจากนี้ นายพาวเวลคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะสามารถฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนไปได้ และเชื่อว่าผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจนั้นจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้น 0.5 จุด สู่ระดับ 98.9 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 98.7 โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน, กำไร และการลงทุน ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

 

นักลงทุนจับตาสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 7.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 6.8% ในเดือนพ.ย. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานนั้น คาดว่าจะพุ่งขึ้น 5.4% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.9% ในเดือนพ.ย.

 

ขอบคุณข้อมูลจากryt9


ข่าวเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง
เงินบาทเปิด 33.15 แนวโน้มอ่อนค่า
งินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก เย็นวานที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.10 บาท/ดอลลาร์
อัพเดท: 19 ม.ค. 2565
ทองปิดบวก $8.8 รับดอลล์อ่อน-บอนด์ยีลด์ร่วง
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ชะลอตัวลง หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อัพเดท: 13 ม.ค. 2565
ดอลล์อ่อนเทียบยูโร,ปอนด์ ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ
ดอลลาร์ลดช่วงลบ หลังจากรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้
อัพเดท: 6 ม.ค. 2565
สหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานลดลง ขณะตัวเลขลาออกจากงานพุ่งเป็นประวัติการณ์
ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 529,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 10.6 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่นักิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 11.075 ล้านตำแหน่ง
อัพเดท: 5 ม.ค. 2565
  • gcap gold facebook
  • gcap gold youtube
  • gcap gold line
  • gcap gold line