วิกฤตการเงินไอซ์แลนด์ในปี 2008 #GOLDHISTORYกับGCAPGOLD

วิกฤตการเงินไอซ์แลนด์ในปี 2008 #GOLDHISTORYกับGCAPGOLD

.

วิกฤตการเงินไอซ์แลนด์ในปี 2008 เป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่น่าศึกษาอย่างยิ่งสำหรับประเทศเล็กๆ ที่ต้องเผชิญกับพายุทางการเงินครั้งใหญ่ สิ่งที่น่าสนใจคือไอซ์แลนด์ซึ่งมีประชากรเพียงสามแสนคนกลับสร้างความตกตะลึงให้กับวงการการเงินโลกเมื่อระบบธนาคารที่เคยเฟื่องฟูกลับกลายเป็นต้นตอของวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ

.

จุดเริ่มต้นของปัญหามาจากการขยายตัวเกินขนาดของภาคการเงินในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ธนาคารหลักสามแห่งของประเทศได้แก่ Kaupthing, Landsbanki และ Glitnir ต่างใช้ยุทธศาสตร์การกู้ยืมเงินจากต่างชาติในอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อนำไปลงทุนในตลาดการเงินโลก ผลจากการเปิดเสรีทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่ดึงดูด ทำให้สินทรัพย์ของธนาคารเหล่านี้ขยายตัวจากเพียง 100% ของ GDP ในปี 2000 พุ่งขึ้นถึง 1,000% ของ GDP ในปี 2008 สร้างสถานการณ์ที่ระบบธนาคารมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจจริงของประเทศถึงสิบเท่า   วิกฤตปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนกันยายน 2008 ภายหลังการล้มละลายของ Lehman Brothers ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ธนาคารทั้งสามแห่งของไอซ์แลนด์ล้มละลายตามกันเป็นระลอก รัฐบาลต้องเข้าแทรกแซงอย่างเร่งด่วนด้วยการยึดกิจการธนาคารและประกาศควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินโครนาสูญเสียมูลค่าถึงครึ่งหนึ่งในเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจโดยรวม ผลพวงจากวิกฤตครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล เศรษฐกิจหดตัวถึง 10% ในปี 2009 เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 18% ขณะที่อัตราการว่างงานที่เคยอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 1% ก็เพิ่มขึ้นเป็น 9% อย่างรวดเร็ว ความไม่พอใจของประชาชนที่สะสมมานานได้ปะทุออกมาเป็นคลื่นการประท้วงครั้งใหญ่จนนำไปสู่การลาออกของรัฐบาลในปี 2009

.

ไอซ์แลนด์เลือกแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยรัฐบาลตัดสินใจไม่ใช้งบประมาณของประเทศในการช่วยเหลือธนาคารที่ล้มละลาย แต่ปล่อยให้นักลงทุนและเจ้าหนี้เป็นผู้แบกรับความเสี่ยงแทน มาตรการนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ถือเงินฝากชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะจากสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูต  เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ไอซ์แลนด์ใช้มาตรการควบคุมการไหลออกของเงินตราต่างประเทศเป็นเวลานานถึงแปดปี ในระยะยาว ประเทศได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยลดการพึ่งพาภาคการเงินและหันไปเน้นการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมประมงมากขึ้น ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ภายในเวลาประมาณห้าปี

.

วิกฤตครั้งนี้ให้บทเรียนสำคัญหลายประการเกี่ยวกับความเสี่ยงของการพึ่งพาเงินทุนระยะสั้นจากต่างชาติเกินควร อันตรายของการปล่อยให้สถาบันการเงินขยายตัวใหญ่เกินขนาดเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศ และที่สำคัญคือความเป็นไปได้ของการแก้ไขวิกฤตโดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลมาช่วยเหลือสถาบันการเงิน

.

การฟื้นตัวของไอซ์แลนด์หลังวิกฤตแสดงให้เห็นว่าแม้แต่เศรษฐกิจขนาดเล็กก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตที่รุนแรงได้ด้วยนโยบายที่เหมาะสมและความมุ่งมั่นทางการเมือง ไอซ์แลนด์ยังได้ดำเนินคดีกับอดีตผู้นำธนาคารและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีกในอนาคต

.

GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง

.

📮 Line ID: @gcapgold หรือคลิก http://line.me/ti/p/~@gcapgold

📬 Inbox: http://m.me/gcapgold

☎️ Call Center: 02-611-0500

📌 Youtube : GCAP GOLD

📱 Facebook : GCAP GOLD

🖥️ www.gcap.co.th

.

#มีเพื่อนดีมีค่าเหมือนมีทอง #เปลี่ยนโอกาสให้เป็นทอง #เรื่องทองมองหาจีแคป #ทองคำ #ทองคำแท่ง #ออมทอง #GCAPGOLD #Gold #ซื้อขายทองคำแท่ง #ซื้อขายทองคำออนไลน์ #ข่าวทอง #จีแคป #ทอง #ทองไทย See less

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า