Shutdown กับผลกระทบต่อทองคำ

Shutdown กับผลกระทบต่อทองคำ #GoldHistoryกับGCAPGOLD
.
US Government Shutdown ครั้งล่าสุดเพิ่งสิ้นสุดในวันที่ 12 พ.ย. 2025 ที่ผ่านมา โดยเป็นการชัตดาวน์ครั้งที่ 4 ของรัฐบาลทรัมป์ (ครั้งที่ 1: ม.ค. 2018 ชัตดาวน์ 3 วัน / ครั้งที่ 2: ก.พ. 2018 ชัตดาวน์ 1 วัน / ครั้งที่ 3: ธ.ค. 2018 – ม.ค. 2019 ชัตดาวน์ 34 วัน) และยังนับว่าเป็นการชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จากการชัตดาวน์ทั้งสิ้น 22 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1976 ซึ่งการชัตดาวน์ในปี 2025 นี้ยาวนานถึง 43 วัน
ที่มา: ThoughtCo. “The Full List of the 22 Government Shutdown in U.S. History.” สืบค้นได้จาก https://www.thoughtco.com/government-shutdown-history-3368274
.
เหตุการณ์การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ (United States Federal Government Shutdown) มีผลกระทบชัดเจนต่อภาพรวมตลาดการเงินและราคาทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสูง การที่รัฐบาลไม่สามารถผ่านงบประมาณหรือขยายเวลาใช้งบประมาณได้ตามกำหนด ส่งผลให้หน่วยงานบางส่วนต้องหยุดทำงาน (shutdown) ทำให้เกิดความไม่แน่นอน ทั้งจากการเลื่อนเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ การลดการใช้จ่ายของรัฐบาล และการพักงานของพนักงาน ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวและสร้างบรรยากาศที่นักลงทุนมองว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
.
ในทางทฤษฎี เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ทองคำมักได้รับประโยชน์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) เพราะนักลงทุนที่กังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ดอลลาร์ หรือผลตอบแทนของตราสารหนี้ อาจหันมาหาทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ดี ข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่าผลกระทบต่อราคาทองคำไม่ได้ชัดเจนเสมอไป เช่น ชัตดาวน์เดือนตุลาคม 2013 ที่กินเวลาราว 16 วัน ทองคำปรับตัวขึ้นในช่วงเริ่ม แล้วลดลง และปรับขึ้นอีกในช่วงท้าย ทำให้ไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาทองคำขึ้นอย่างมีนัยยะทางเดียว ขณะที่ชัตดาวน์ระหว่างธันวาคม 2018 ถึงมกราคม 2019 ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ณ ชณะนั้น (34 วัน) ราคาทองคำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ
.
ในปี 2025 การชัตดาวน์ยืดเยื้อและมีปัจจัยเศรษฐกิจอื่นเข้ามาประกอบ เช่น ความตึงเครียดด้านงบประมาณ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง และความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed) ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยเฉพาะช่วงที่มีสัญญาณว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดทำงานและข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแรง ซึ่งยิ่งเน้นความไม่แน่นอนให้เห็นชัดเจนขึ้น ดอลลาร์สหรัฐเองมักอ่อนค่าลงในบางช่วง เนื่องจากนักลงทุนกังวลภาพรวมเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์ลดลง และอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรหดตัว ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
.
อย่างไรก็ดี แม้เหตุการณ์ชัตดาวน์จะสร้างแรงกดดันต่อตลาด ผลตอบสนองไม่ได้เกิดขึ้นทันทีและตรงไปตรงมาเสมอ ยังมีปัจจัยอื่นร่วม เช่น นโยบายการเงินของ Fed อัตราดอกเบี้ยจริง ภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งมีอิทธิพลต่อราคาทองคำมากกว่าชัตดาวน์เพียงอย่างเดียว
.
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามราคาทองคำ สิ่งที่ควรจับตามองในช่วงชัตดาวน์ ได้แก่ ข้อความหรือสัญญาณจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปิด-ปิดหน่วยงานหรือการอนุมัติงบประมาณ การเลื่อนเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น Non-Farm Payrolls หรือดัชนีความเชื่อมั่น ทิศทางดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงนโยบายของ Fed โดยเฉพาะโอกาสลดดอกเบี้ย ซึ่งมักเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ
.
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง
.
#ทองคำ #ทองคำแท่ง #ออมทอง #GCAPGOLD #Gold #ซื้อขายทองคำแท่ง #ซื้อขายทองคำออนไลน์ #ข่าวทอง #จีแคป #ทอง #ราคาทอง #ราคาทองไทย #ทองไทย #ราคาทองวันนี้ #shutdown ##Shutdown2025 #governmentshutdown

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save