อิหร่านและอิสราเอลกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาอีกครั้ง
การปะทุของความขัดแย้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลัง โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงผ่านการปิดล้อมทางทะเลและการดำเนินการในเลบานอน ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับรายงานสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยมีรายงานว่า ทรัมป์พยายามกดดันให้อิสราเอลหลีกเลี่ยงการตอบโต้ทางทหาร แต่ท้ายที่สุดอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลับ
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีการยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการสันติภาพยังคงเปราะบางอย่างมาก ท่ามกลางความเห็นต่างเกี่ยวกับเลบานอน การปิดล้อมทางทะเล และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความผันผวนของตลาดการเงินโลกกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งหากสถานการณ์ลุกลามมากกว่านี้
ราคาทองคำเริ่มเห็นสัญญาณชะลอการปรับตัวลง โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาบริเวณฐานของกรอบสะสมแรง ทำให้มีโอกาสเกิดการรีบาวด์ระยะสั้น หากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญ $4,290 ได้ มีลุ้นฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน $4,355 และหากผ่านได้จะเปิดทางขึ้นไปทดสอบโซน $4,370 ซึ่งเป็นแนวต้านจากกรอบ H1 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังเป็นเพียงการรีบาวด์สวนแนวโน้มหลัก จึงควรระวังแรงขายกลับเข้ามาอีกครั้งหากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ โดยนักลงทุนฝั่งขาซื้อควรเน้นเก็งกำไรระยะสั้นและทยอยแบ่งขายทำกำไรตามแนวต้าน
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


