ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระลอกใหม่ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านกว่า 80 แห่ง พร้อมยกเลิกมาตรการผ่อนผันที่อนุญาตให้อิหร่านทำสัญญาขายน้ำมันใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้งสองประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการเจรจาสันติภาพ และทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นประเด็นที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาอีกครั้ง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเรดาร์ชายฝั่ง ศูนย์บัญชาการ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธต่อต้านเรือ และเรือเร็วของกองกำลัง IRGC ขณะที่อิหร่านประกาศว่าการโจมตีและการระงับสิทธิขายน้ำมัน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาด ส่งผลให้ความเสี่ยงที่สถานการณ์จะบานปลายยังคงอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% หลังตลาดกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบการส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อมีโอกาสกลับมาอีกครั้ง และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐานหลังรีบาวด์ โดยแรงซื้อเริ่มชะลอตัวหลังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ $4,180 ทำให้ระยะสั้นยังมีโอกาสย่อตัวลงทดสอบแนวรับ $4,100 และหากหลุดระดับดังกล่าว มีโอกาสลงต่อสู่โซน $4,060–$4,050 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญและมองเป็นจังหวะสะสมสำหรับรอบรีบาวด์ อย่างไรก็ตาม หากราคายังยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบ $4,150 อีกครั้ง แต่หากต้องการยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง ราคาจำเป็นต้องทะลุและยืนเหนือ $4,200–$4,220 ให้ได้ จึงจะเปิดโอกาสปรับตัวขึ้นสู่แนวต้านถัดไป
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


