ราคาทองคำผันผวนอย่างรุนแรง โดยร่วงลงแตะบริเวณใกล้ $4,000 หลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านรอบใหม่ ส่งผลให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านว่าพยายามยืดเยื้อการเจรจาข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือทุกประเภท สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย ขณะที่สงครามที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวจนบังคับให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคาในระยะต่อไป
แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยังสนับสนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและเงินเฟ้อที่เร่งตัว ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน หรืออาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น ส่งผลให้ทองคำยังคงอยู่ในภาวะผันผวนสูงและมีความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงต่อ
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง โดยโครงสร้างราคายังคงทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง และเคลื่อนไหวต่ำกว่าแนวต้านระยะสั้นบริเวณ $4,180 อย่างไรก็ตาม หลังจากราคาปรับตัวลงแรงจนเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ $3,960-$3,945 ซึ่งเป็นแนวรับสุดท้ายตาม Fibonacci มีโอกาสที่แรงขายจะเริ่มชะลอตัวลง หากราคาย่อตัวลงทดสอบโซนดังกล่าวและเริ่มแสดงสัญญาณกลับตัว นักลงทุนสามารถพิจารณาเปิดสถานะซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีเป้าหมายการฟื้นตัวที่บริเวณ $4,120 ขณะที่ควรวางจุด SL ที่ $3,940 เนื่องจากการหลุดระดับดังกล่าวจะเป็นการยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงรอบใหม่ ทั้งนี้ ภาพรวมยังเป็นเพียงการรีบาวด์ภายในแนวโน้มขาลง จึงควรบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดและรอการยืนยันสัญญาณกลับตัวก่อนเข้าซื้อ
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


