ทองคำฟื้นรับเงินเฟ้อชะลอ แต่วอร์ชเบรกแรงซื้อ ส่งสัญญาณ Hawkish กดตลาด
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นหลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อ่อนตัวลง หนุนแรงซื้อทองคำจากการคาดการณ์ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย และเฟดอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติมในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของทองคำถูกจำกัด หลัง เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอลงเพียงเดือนเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย พร้อมย้ำว่าเฟดยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ และหากแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูง เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดต่อไป แม้จะไม่ได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยตรง แต่ตลาดตีความถ้อยแถลงดังกล่าวว่า มีน้ำเสียงค่อนข้าง Hawkish
แม้ตลาดจะลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่ยังคงจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ดังนั้น แม้เงินเฟ้อที่ชะลอตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้น แต่หากเฟดยังส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด การปรับขึ้นของราคาทองคำอาจยังเป็นเพียงการรีบาวด์ โดยคืนนี้นักลงทุนต้องติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และถ้อยแถลงของประธานเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
ราคาทองคำเริ่มเห็นแรงซื้อกลับหลังลงทดสอบแนวรับโซนบริเวณ $4,030–$4,020 สะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ตาม การรีบาวด์จะมีน้ำหนักมากขึ้นก็ต่อเมื่อราคาสามารถยืนเหนือ $4,080 ได้อย่างมั่นคง หากผ่านได้มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ $4,120 และ $4,160 ตามลำดับ แต่หากย่อตัวหลุด $4,020 อีกครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะกลับลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ $4,000–$3,980 ดังนั้น ระยะสั้นยังมองเป็นการรีบาวด์ในกรอบ โดยต้องติดตามว่าราคาจะสามารถรักษาฐานเหนือแนวรับและผ่านแนวต้านสำคัญได้หรือไม่ จึงจะยืนยันการฟื้นตัวรอบใหม่ได้ชัดเจนมากขึ้น
GCAP GOLD ผู้นำด้านทองคำรายใหญ่ จริงใจทุกเรื่องทอง


